กุ้งที่กินได้ และ กุ้งที่ห้ามกินโดยเด็ดขาด
Mini Lobsters- DON'T EAT ( ไม่รู้ว่ารู้กันหรือยัง?)
>> ระวังกุ้งลักษณะนี้ไว้นะจ๊ะ มันดูคล้าย mini lobster แต่ไม่ใช่ >> กุ้งเหล่านี้ถูกเลี้ยงไว้เพื่อกำจัดขยะต่างๆ ในบ่อบำบัดน้ำเสีย >> ยิ่งน้ำสกปรกมากเท่าไร กุ้งเหล่านี้ก็จะยิ่ง >> เจริญเติบโตเร็วมากขึ้นเท่านั้น ปอดของมันเต็มไปด้วยหนอนต่างๆ >> เนื้อของมันอุดมไปด้วยพิษ ไม่รู้ว่าพ่อ >> ค้านำกุ้งเหล่านี้มาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างไร



*******************************************************************
กุ้งที่รับประทานได้
"กุ้งเผาทองชุบ" วัดตราชู ที่จังหวัดสิงห์บุรี --- โปรดระวัง น้ำลายหยดลงคีย์บอร์ดนะ

พาไปกิน] - - - - - "กุ้งเผาทองชุบ" วัดตราชู ที่จังหวัดสิงห์บุรี และแถมด้วยเมนูง่ายๆทำกินเองที่ > บ้านหลายรายการครับ !!! > สวัสดีครับชาวก้นครัว > กระผมหายหน้าหายตาไปนานพอสมควรเลยทีเดียว > กว่าจะมีเวลาหายใจได้อยู่บ้านนั่งเล่นเน็ตอยู่หน้าคอม ก็เลยถือโอกาสนี้ > กลับมารายงานตัวครับ หวังว่าคงยังพอจำกันได้เนอะ > > ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ยังตระเวณหาของกินไปทั่วตามวิถีชีวิตคนที่คลั่งของกินครับ > และก็ยังมีบ้างที่ถ่ายรูปเก็บมาฝากให้ดูกัน (แต่ยังไม่ได้โพสซักที แหะๆ) > > อย่าง ร้านกุ้งเผาทองชุบนี่ จำได้เมื่อครั้งแรกที่ไปกินที่นั่น > ปาเข้าไป 5-6 ปีได้แล้วครับ ตั้งแต่ผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ > > ด้วยความที่ชอบกิน ผมมักจะขับรถออกไปหาของกิน > จาก TU ศูนย์รังสิต ไปหาของกินที่อยุธยาบ้าง นครนายกบ้าง ปทุมธานี สิงห์บุรีบ้าง ร้านทองชุบนี่ก็เป็น > ร้านที่ขึ้นชื่อว่า กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่"มาก" คือขนาดจะประมาณ 2-3 ตัว = 1 กิโลกรัม > ผู้หญิง หรือคนที่กินไม่เยอะ แค่กินเข้าไปตัวเดียวก็ถึงกับอิ่มแน่นได้เลย > > จำได้ว่าครั้งแรกที่ไปกินตอนนั้น กิโลละ 700 บาท หรือ 750 บาทนี่ล่ะครับ แต่ตอนนี้ ราคาอัพไปอยู่ที่ > 900 บาทต่อกิโลกรัมแล้วครับ (ค่อนข้างดุเดือดทีเดียว) > > พอดีว่าเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ขับรถไปทำบุญที่วัดแถบจังหวัดอยุธยา แล้วเกิดความคิดว่า อยากกินกุ้งเผา > แบบว่าเน้นกุ้งเผาตัวโต มีมันที่หัวเยอะๆ เลยตัดสินใจไปกินที่ทองชุบนี่ > เพราะขับรถไปอีกไม่ไกล ถนนหนทางก็ดีมากเลยทีเดียว > > ส่วนเรื่องราคาอาหารอย่างอื่นนั้น เดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟังก็แล้วกันครับ > > กุ้งทองชุบ จังหวัด สิงห์บุรี หาง่ายนิดเดียว ขับรถจากกรุงเทพก็มุ่งหน้าไปทางนครสวรรค์ ผ่านจังหวัด > อยุธยา > พอเข้าเขตจังหวัด สิงห์บุรีแล้ว ก็เตรียมมองหาป้ายร้านทางซ้ายมือได้เลยครับ ขับเข้าซอยไปอีกหน่อย ก็ > ถึงแล้ว

นอกจากกุ้งเผา 2 กิโลที่สั่งไปแล้ว ก็ยังสั่งเมนูอื่นๆมาอีก 3 รายการครับ แหะๆ > > หนึ่งในนั้นคือ ปลาคังลวกจิ้ม เป็นเมนูที่ผมมักจะสั่งทุกครั้งที่ไปกินร้านอาหาร > แบบแม่น้ำไทย ที่ผมเรียกว่าอาหารแม่น้ำไทยก็เพราะว่า > มันเป็นอาหารที่มาจากความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำของประเทศไทยเรานี่เองครับ > > แต่...ปัจจุบัน ปลาคังแท้ๆ เนื้อขาวๆแน่นๆ หนังหนึบๆนั้น หากินยากมาก > ส่วนใหญ่จะเป็นปลาคังเลี้ยงกันซะหมดแล้ว และร้านนี้ผมขอเดาว่าเป็นปลาเลี้ยงเช่นกันครับ ความ > สดนั้นพอใช้ น้ำจิ้มก็ใช้ได้ แต่เนื้อไม่แน่นเท่าที่ควร > > ถ้าอยากจะกินแบบปลาคังแม่น้ำจริงๆ อาจจะต้องขับไปแถวชัยภูมิ > หรือจะเป็นร้านเจ้ดำ นครนายก คลอง 11 ก็ได้

ที่นี่เขาจะมีน้ำจิ้มให้เลือกหลายแบบครับ > น้ำจิ้มซีฟู้ด หรือน้ำจิ้มกุ้งเผา เขาทำได้รสดีใช้ได้ทีเดียว > มีพริกสวนเป็นเม็ดๆลอยมาให้ เผื่อใครต้องการความเผ็ดแซ่บมากขึ้น > เคี้ยวไปด้วยซักหนึ่งเม็ด สะใจดีครับ

และก็เมนูแกล้มเบียร์ ระหว่างรอกุ้งเผา > "?เชิงปลากรายทอดกระเทียม" เมนูทีขาดไม่ได้เช่นกันเวลาไปร้านอาหารจำพวกนี้ > > ที่นี่ทำออกมาเค็มนิดๆ คนที่ไม่ชอบกินเค็มอาจจะไม่ชอบ > แต่ผมชอบ เพราะเป็นเชิงปลากรายที่มีมันค่อนข้างมาก > รสเค็มนิดๆ กินกับข้าว หรือกับเบียร์ก็แจ๋ว > หรือถ้ากินเปล่าๆก็รู้สึกจะกินแล้วหยุดไม่ได้ครับ :D > (?แต่ถ้ากรอบกว่านี้อีกนิดจะอร่อยขั้นเทพเลยล่ะ)

ขนาดนั้นไม่ต้องพูดถึง > ที่ทองชุบนี่มีชื่ออยู่แล้วว่า กุ้งของเขา ตัวใหญ่ ไม่เป็นรองใคร ! > > ตัวใหญ่ขนาดขวดเป๊บซี่เลย เผลออาจจะใหญ่กว่าซะด้วยซ้ำไปครับ :D >

วิธีกินของผม มี 2 แบบ คือ > > แบบที่ 1 > ก็คือ หักหัวกุ้งออกจากตัวกุ้ง > แล้วเอามันในหัวกุ้งทั้งหมดราดลงบนข้าวที่ตักรอไว้ในจาน และใช้ช้อนเข้าไปทลวงหัวกุ้งขูดมันออกมาให้ > หมดด้วย > ส่วนเนื้อกุ้งก็นำไปแยกแกะต่างหาก เพื่อไม่ให้เศษสีดำๆตกลงไปในจานข้าว > แก้ไขเมื่อ 10 ก.พ. 51 16:28:09 >

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมคิดว่า กุ้งเผาทองชุบ เป็นรอง เจ๊ดำ คลอง 10 อยู่นิดหน่อยเพราะว่า ฝีมือและการ > เผากุ้งของทองชุบนั้น ทำได้ไม่ค่อยมาตรฐาน > บางทีกุ้งเผาจนสุกเกินไป ซึ่งทำให้เนื้อกระด้าง ด้วยความที่กุ้งตัวใหญ่ > ยิ่งสุก เนื้อก็จะยิ่งแข็ง กินไม่อร่อย > > ใน 2 โลนี่ มีอยู่ 6 ตัว จะมีซัก 2 ตัวที่เผาสุกเกินไป > แต่ 4 ตัวที่เหลือนั้นก็โอเคอยู่ > สุกในขั้น medium ซัก 2 ตัว medium rare ซัก 2 ตัว > ต้องอาศัยสัมผัสหน่อย เวลาเลือกกุ้งที่เผาแล้วในจาน > ถ้าเนื้อหยุ่นๆ นุ่มๆหน่อย ก็จะเป็นแบบ medium rare ซึ่งเป็นความสุกที่ผมว่าพอดิบพอดีที่สุดสำหรับกุ้ง > เผาครับ คือเนื้อบางส่วนยังใสๆอยู่ > จะมีความหวาน ยิ่งเคี้ยวมากเท่าไหร่ ความหวานจะยิ่งถูกปลดปล่อยออกมาครับ

วิธีกินกุ้งเผาแบบที่ 2 > คล้ายๆกับแบบที่ 1 แต่จะเปลี่ยนจากการราดมันกุ้งบนข้าว > มาเป็นการให้กุ้งมาว่ายในทะเลแห่งมันกุ้งแทนครับ > > วิธีนี้มีข้อดีก็คือ เราสามารถกำหนดจำนวนมันกุ้งที่เราต้องการจะนำไปคลุกข้าว เพื่อรสชาติและความมัน > ที่พอเหมาะ > เช่นคำนี้ เน้นเนื้อกุ้งมันกุ้งนิดหน่อย หรือคำนี้มันกุ้งเยอะหน่อย เนื้อนิดเดียว ประมาณนี้ > หรือยิ่งไปกว่านั้น เราสามารถเอามันกุ้งของคนอื่นมาใส่รวมกับของเรา ทำให้ทะเลแห่งมันกุ้งนั่นลึกขึ้น > สะดวกต่อกุ้งที่จะลงไปว่าย

และแล้วพระเอกของงานก็มา กุ้งเผา 2 กิโลกรัม !!!! > คนละกิโลไปเลยจ๊ะ !! >

และก็ ต้มยำปลาคัง > ทีแรกว่าจะสั่งต้มยำปลามาครับ แต่เขาบอกว่าปลาม้า วันนี้ไม่มี > ก็เลยเอาเป็นปลาคังแทน > > รสชาติดีครับ ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่ แต่ก็มีความจี๊ดจ๊าดพอตัว > ซดคล่องคอดี เป็นการล้างปากล้างคอ ก่อนจะไปกินเมนูหลักของเราวันนี้ > นั่นก็คือ กุ้งเผานั่นเอง

จากคุณภาพวัตถุดิบ ร้านทองชุบสามารถทำได้ดีกว่านี้มาก > ถ้ากุ้งตัวใหญ่ทุกตัวนั้น เผาได้ดีกรีความสุกที่พอดี ไม่สุกจนเกินไป > เพราะอย่างที่บอกครับ กุ้งยิ่งตัวใหญ่เนื้อจะยิ่งแน่น > มันจะเหนียวและแห้ง หากถูกเผาจนสุกเกินไป จะกินอร่อยสู้เผาแบบ medium หรือ medium rare > ไม่ได้เลยจริงๆ > > แต่สำหรับความสะใจ และมันกุ้งแสนอร่อย > ร้านนี้ก็ยังคงเป็นร้านอันดับต้นๆ เมื่อคิดถึงกุ้งเผาครับ > > ส่วนเรื่องราคานั้น น่าจะเหมาะสำหรับมากินแบบ นานๆครั้งครับ > - กุ้ง 2 โล 900x2 = 1800 > - เชิงปลากราย =? 150 > - ปลาคังต้มยำ =? 200 > - ปลาคังลวก =? 200 > - น้ำแข็ง 2ถัง =? 20 > - เบียร์ 1 ขวด =? 70 > - ข้าว 2 จาน =? 30 > - โค้ก 2 ขวด =? 24 > - โซดา 1 ขวด = 10 > > 2 คนกินกันแบบบ้าคลั่ง รวมเป็นเงิน 2,504 บาท ครับ > ไม่ถูกเลย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับที่จ่ายไปครับ



*******************************************************
&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&
ตบท้ายด้วยอาหารเกาหลีที่ไม่น่าอร่อยเลย
กินแล้วอ้วน
แต่น้องหลินพาไปเลี้ยงวันเกิดเลยต้องไป











Posted on Sun 29 Jun 2008 6:23 |
|